Pot Control กลยุทธ์โป๊กเกอร์ที่ (มักจะ) ถูกลืม

Pot Control กลยุทธ์โป๊กเกอร์ที่ (มักจะ) ถูกลืม

 ถ้าจะพูดถึงเรื่องกลยุทธ์โป๊กเกอร์กันแล้ว มือใหม่หลายคนอาจจะคิดถึงเรื่อง Bluff, Raise, C-Bet และอีกสารพัดวิธีที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้กัน ทว่าน้อยคนนักที่จะมองเห็นหรือให้ความสำคัญในการเป็นคนควบคุม Pot เสียเอง เพราะว่ามันเป็นเทคนิคที่ต้องใช้ทักษะพอสมควร แต่รู้หรือไม่ว่า Pot Control เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่เราไม่ควรมองข้าม ที่สำคัญคือถ้าใช้มันได้คล่องก็จะช่วยให้เราทำกำไรได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย

สิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะทำกันเวลาติดไพ่ก็คือ พยายามทำให้ Pot ใหญ่ขึ้นเพื่อที่จะชนะแล้วได้เงินเยอะ ๆ จนลืมมองถึงไพ่อื่นที่อาจทำให้ตัวเองแพ้ได้ พูดง่าย ๆ ก็คือลืมคิดไปว่าถ้าแพ้มา Pot ที่ปั้นไว้ก็จะกลายเป็นของคนอื่น ดังนั้นหัวใจสำคัญของการทำ Pot Control จึงอยู่ที่การใช้ให้ถูกจังหวะเพื่อสร้างกำไรสูงสุด ขณะเดียวกันต้องพยายามรักษาสมดุลทุกอย่างไว้ด้วยกัน อย่าลืมว่าการที่มีไพ่แข็งแกร่งระดับกลาง ๆ แล้วทำเป็นเล่นด้วยไพ่อ่อนมีแต่เพิ่มความเสี่ยงที่จะเข้าไปแพ้ในรอบ Showdown ด้วย

Pot Control กลยุทธ์โป๊กเกอร์ที่ (มักจะ) ถูกลืม

 ยกตัวอย่างเช่น เราเล่นอยู่ในโต๊ะ $1/$2 ตำแหน่ง Button โดยทำการ Raise $7 ด้วยคู่ Q หลังจากนั้น Small Blind เลือกที่จะ Call ตาม ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่ต่างมีอยู่ Stake $200 จังหวะเปิด Flop ได้ 6s 8s jd คู่แข่ง Check แล้วเรา Bet $12 หลังจากนั้นอีกฝ่าย Call ช่วง Turn ออกมา 7d สมมติว่าตอนนี้คู่แข่งมี 9-7, 8-7, 7-6, 5-4 มีโอกาสที่ไพ่จะถูกพัฒนาให้เป็น J-8, 8-6 หรือ set เพื่อที่จะเอาชนะ Q ของเราได้ เท่ากับมีหลายเหตุการณ์ที่จะทำให้ Over Pair ของเราแพ้ได้

หากว่าจังหวะนี้อีกฝั่ง Check กลับมา เราจะทำอย่างไร? นี่เป็นสถานการณ์ที่ต้องรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วน จังหวะนี้หลายคนอาจจะเลือก Check เพื่อ Pot Control เนื่องจากพวกเขาต้องการคุม Pot ให้เล็กเพราะกลัวไพ่บนบอร์ด หากตัดสินใจ Bet ก็จะโดน Check-Raise กลับมา หรืออาจจะ Bet ในรอบ River ทำให้ Call ต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจ Check เพื่อเข้าไปดู River การตัดสินใจแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เพราะอีกฝ่ายมีโอกาสที่จะถือไพ่แข็งแกร่งกว่า Q ของเรา ซึ่งการโดน Check-Raise จะทำให้เสียหายหนักกว่าเดิมอีก

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องกลัวการ Check-Raise ทุกครั้งเมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ ในเมื่อเราแสดงความแข็งแกร่งมาตลอดเกมด้วยการ Raise และ Bet มันก็มีความเป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายจะคิดว่าเรามี 2 คู่ set หรือ Straight ถ้าหากเขา Check-Raise ใส่เราก็เท่ากับว่าเขามีไพ่แข็งแกร่งแน่นอน จุดนี้ทำให้เห็นว่าเรามีโอกาสชนะน้อยลงแล้ว สิ่งที่จะเสียก็มีแค่ชิพที่ Bet ไปแล้ว ซึ่งมันไม่ต่างจากการไปเสียในตอน Call River

Pot Control กลยุทธ์โป๊กเกอร์ที่ (มักจะ) ถูกลืม

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการที่เรามีไพ่ดีแล้วถูกบังคับให้หมอบด้วยการ Check Raise Bluff เพราะการ Raise นอกจากจะทำให้ต้องเติมชิพเข้า Pot แล้วยังมี Pot Equity ที่อาจทำให้เราชนะในรอบ Showdown อีกด้วย ขณะที่การเล่นที่อ่อนแอมีแต่ทำให้เสียเปรียบ เพราะอีกฝั่งสามารถเข้าไปดู Showdown ด้วยการ Call ที่ Turn แล้วติด River เท่ากับว่าเราต้องเสียชิพเพิ่มขึ้นนั่นเอง

อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและการสร้างสมดุลของการใช้ Pot Control ที่สำคัญคือกลยุทธ์นี้ไม่ได้มีกฎหรือสูตรตายตัวว่าควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ เพราะมันขึ้นอยู่กับบอร์ดและไพ่ในมือเราด้วย เพียงแต่แนวคิดหลักคือการสร้างสมดุลระหว่างการทำกำไรสูงสุดและความปลอดภัย ความคุ้มค่าของความแข็งแกร่งของไพ่ ยิ่งแข็งแกร่งยิ่งสร้าง Pot ที่ใหญ่ได้ ขณะเดียวกันถ้าไพ่แข็งแกร่งปานกลางก็สร้าง Pot ที่น้อยลงมาตามลำดับ ดังนั้นเมื่อได้ไพ่มาแล้วอย่าลืมดูด้วยว่าเราควรทำ Pot Control อย่างไรด้วย เพื่อให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด